Surprised! 6

posted on 12 Jul 2008 21:44 by bongz-gal  in Novel
Talk: ขอหน่อย...แบบว่าเหลืออดเล็กน้อยกับเลขคนกดที่เพิ่มขึ้นทุกว้านทุกวัน แต่คนเม้นก็ยังไม่มีเหมือนเดิม = =" จะอะไรกันนักหนาเนี่ย เฮ้อ... ช่วงนี้ยิ่งเครียดๆ ท้อๆอยู่ เดี๋ยวก็ปิดบล็อกซะเลยนี่ แมร่งงง

 




ท่ามกลางเสียงแซ็กโซโฟนที่แว่วหวานคลอกับเสียงเปียโน กลิ่นควันบุหรี่อวลอยู่จางๆ แสงไฟสีสลัวจากหลอดนีออนที่ดูเย้ายวน และม่านควันบางเบา นักร้องในชุดประดับขนนกสีเหลืองสดก้าวขึ้นเวทีแล้ว เสียงตบมืออย่างล้นหลามดังขึ้นเมื่อร่างระหงโค้งอย่างสวยงามและเปล่งเสียงร้องอันมีพลัง หากแต่ยังไม่ดึงดูดพอที่จะทำให้คนตรงหน้าผมเบนความสนใจไปหาได้ สายตาคมปลาบของเขาตอนนี้...มีแต่ผม เพียงคนเดียวเท่านั้น...


ง่า...มันจ้องจนตามันเกือบจะหลุดออกจากเบ้าอยู่แล้วก๊าบ ฮือ...จ้องไปก็แสยะไป ง่ะ ง่ะ....สยองจะแย่อยู่แล้วเนี่ย ฮือออออออ TT_TT


อ๊ะ! จริงสิ!!


นี่เพิ่งจะสองทุ่มกว่าๆเอง ถ้าทำให้ไอ้ซีบอกว่ายกโทษให้ได้ ก็ยังมีโอกาสสอบผ่าน ได้กลับกรุงเทพอยู่นี่หว่า! เครื่องอัดเสียงก็ยังอยู่ ครูจีจี้มีหรือจะบ่ายเบี่ยงไม่ให้ผมกลับบ้านได้! เหอ เหอ คนอะไร หล่อแล้วยังฉลาดอีก เพอร์เฟ็คแมนจริงๆเลยเรา!
.
.
.
แต่...จะทำยังไงให้มันยกโทษให้ล่ะวะครับ? อันนี้แหละปัญหา


ไอ้ซีนั่งเอนหลัง ไขว่ห้างกระดิกเท้าดิ๊กๆเหมือนเป็นฮ่องกงฟุตแล้วเกาไม่ได้ยังไงยังงั้น ผมล่ะเสียววูบ ว่ามันจะกระตุกขึ้นมาเสยปลายคางผมเมื่อไหร่


“อ่า...ซี...คือเรื่องเมื่อเช้ากับกลางวันเนี้ย...เอ่อ...อ่า...ฉัน...ฉันไม่ได้ตั้งใจ จริงๆน้า...”เอาวะ! ผมลองทำใจดีสู้เสือ ใช้รอยยิ้มเข้าสู้ดู “ดังนั้น...ยกโทษให้ฉันได้ป่ะ?” พูดแล้วก็ฉีกยิ้มกว้างส่องประกายปิ๊งๆ สดใสด้วยพลังแห่งวัยรุ่นและมิตรภาพอันเปี่ยมล้น


เฮ้ย! ได้ผลแฮะ ไอ้ซีเปลี่ยนจากแยกเขี้ยวเป็นยิ้มหวานเยิ้มตอบกลับมา ฮะฮิ้ว~ กะแล้ว ว่าหน้าตาทึ่มๆอย่างมัน ต้องโกรธใครไม่ได้นานแน่ๆ ว่ะฮ่ะฮ่า! เผลอๆมันอาจจะลืมไปแล้วก็ได้ ว่าผมต่อยมันไปเมื่อราวๆแปดชั่วโมงก่อนนี้เอง กร๊าก! มีเรื่องกับคนความจำสั้นมันดีอย่างงี้นี่เอง!


“นายยิ้มน่ารักดี” ไอ้หล่อชมผม ฮ่าๆๆๆ รู้ตัวหรอกเว้ย ไม่ต้องมาบอก! จะสาวน้อยสาวใหญ่ เจอยิ้มผมเข้าไปก็ละลายเป็นขี้ผึ้งโดนไฟทุกคนนั่นแหละครับ แต่มารยาที่ดีตามที่ครูจีจี้สอนมา ผมต้องทำตากลมๆช้อนขึ้นมอง แล้วยิ่งยิ้มให้หวานกว่าเดิม แล้วก็ขมุบขมิบขอบคุณเบาๆ


“ยิ้มต่อไปเรื่อยๆ อย่าหุบจนกว่าฉันจะสั่ง”


ห๊าาาาาาาาาาาาา!!!!?


เอ๊ะ...ไอ้หมอนี่มันจะเอายังไงกับผมฟะ!? ผมไม่ได้เป็นพวกเดียวก๊ะมันนะเว้ยเฮ้ย! จะได้ยิ้มคนเดียวเป็นบ้าเป็นหลังทั้งวัน หรือนี่มันกะจะหาพวกเข้าลัทธิยิ้มสู้ฟัดวะเนี่ย?


ไอ้ซีรับแก้วมาร์ตินี่ที่บ๋อยมาเสิร์ฟให้ยกขึ้นดื่มอึกเล็กๆโดยที่ไม่ละสายตาไปจากเหยื่อตัวน้อยๆที่น่าสงสารของมันเลยซักกะ วินาที จ้องไปก็หัวเราะหึๆในลำคอไปด้วย


“เอ้า! ยิ้มต่อไปสิ ยังไม่ได้บอกให้หยุดเลย” มันพูดกลั้วหัวเราะ น้ำเสียงเมตตาปราณีสุดๆ แต่คำสั่งนี่สิ...อื้อหือ...โหดยิ่งกว่าหน้าแข้งครูจีจี้ซะอีก “ถ้าไม่ยิ้มเดี๋ยวฟ้องผู้จัดการนะเอ้อ ทีนี้อาจจะไม่ได้กลับกรุงเทพอีกเลยก็ได้นา...”


ผมรีบตาลีตาเหลือกแถกเหงือกโดยไม่รอให้มันสั่งซ้ำ โอ้...โน่ เล่นขู่อย่างนี้ อินนี่ไม่สนุกด้วยหรอกนะจ๊ะ ... พ่อคุณพ่อทูนหัว...

*****

2 ชั่วโมงผ่านไป...


หนุ่มน้อยสุดหล่อแมนน่ารักน่าหยิกเลิศเลอเพอร์เฟ็คที่ชะตากรรมไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่คนหนึ่ง ก็ยังคงนั่งยิ้มอยู่ที่เดิม... แม้ว่ากล้ามเนื้อแก้มจะร้าวระบมจนการยิ้มดูคล้ายการกระตุกฟันปลอม และเหงือกเริ่มเปลี่ยนจากสีแดงสดใสเป็นสีคล้ำๆเหมือนไส้กรอกอีสานแล้วก็ตาม ในขณะที่ไอ้หล่อก็ยังนั่งซดเหล้าต่อไปเรื่อยๆไม่มีสะดุด ไอ้หอยหลอดเอ๊ย!!! ถ้าเหงือกกูเสียโฉม ต้องจ่ายค่าฟอกเหงือกที่ยันฮีให้กูนะเฟ้ย!!


“นั่งยิ้มเฉยๆไม่เบื่อเหรอ อิน?” ไอ้โหดแมนถามผมด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย หนอยแน่...ทำมาถามอย่างงั้นอย่างงี้ ก็สั่งให้กูหุบยิ้มซะทีสิวะ!


ผมไม่ตอบเพราะปวดแก้มเกินกว่าจะขยับปาก ได้แต่พยักหน้าหงึกหงัก และถึงแม้ในใจจะถูกไฟแค้นอุณหภูมิสองแสนสี่หมื่นองศาสุมอยู่ ลูกศิษย์สุดแสนประเสริฐของครูจีจี้ ก็ได้แต่ทำแววตาหมาน่อยคอยรักออดอ้อนออเซาะไปตามเรื่องตามราว ขนาดคนกวาดขยะหน้าโรงแรมเจอท่าคอมโบ้นี้เข้าไปยังถึงกับมือไม้อ่อน ไอ้ซีจะไม่ระทวยบ้างก็ให้มันรู้ไปสิ!


โอยยยยยย...ปวดแก้มอิ๊บอ๋าย! แม่งเอ๊ย...ถ้าผมออกจากที่นี่ไปได้เมื่อไหร่ จะไปสมัครเป็นนายก แก้รัฐธรรมนูญให้การโดนบังคับยิ้มถือเป็นกฎหมายร้ายแรง คนสั่งต้อง จ่ายค่าทำขวัญห้าร้อยล้านให้เจ้าทุกข์ แถมถูกโกนหัวประจาน ไม่ให้ชาวบ้านเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ฮึ!!!


“คงเมื่อยแย่สินะ ไม่ต้องยิ้มแล้วก็ได้ ฉันเบื่อแล้วล่ะ” โอ้! สวรรค์ทรงโปรด! พระเจ้ามีตา! หมาออกลูกเป็นไก่! สมองทึบๆของไอ้ซีเริ่มสะกดคำว่ามนุษยธรรมเป็นแล้วคร้าบบบบ!!! อาริกาโต้ บันไซ ไชโยโห่ฮิ้ววววว~! งั้นคนหล่อใจดีจะลดค่าทำขวัญเหลือสี่ร้อยเก้าสิบห้าล้านให้ก็แล้วกันนะ ส่วนเรื่องโกนหัวจะลดโทษให้ครึ่งนึง เหลือโกนแค่ครึ่งซ้ายก็พอ ก๊ากๆๆ!


ในขณะที่ผมกำลังยินดีปรีดา ร้องเล่นเต้นหงส์เหินอยู่ในใจนั้น ไอ้ซีก็กระดกเหล้าเพียวๆที่เหลืออีกครึ่งแก้วเข้าปากรวดเดียวหมด แล้วก็หงายหลังผึ่งซบโซฟา แน่นิ่งไปเลย ผมนวดแก้มไป ก็ชะโงกหน้าดูมันไปด้วย อ๊ะ! อย่าเข้าใจผิด ผมไม่ได้เป็นห่วงไอ้หล่อหรอกนะครับ! ผมแค่กลัวว่า ถ้ามันหลับไปแล้วตื่นมาหลังเที่ยงคืน ผมก็แห้ว อดอัดเสียงมันไปยันกับครูจีจี้น่ะสิ! ไม่ได้ห่วงมันจริงๆนะ! ไม่ได้ห่วงเลยสักนี้ดดดดดเดียว [b]เอ้า! ให้ฟ้าผ่าหัวหมาสิ![/b]

จู่ๆมันก็เด้งกลับขึ้นมานั่งตัวตรงเผง เล่นเอาผมสะดุ้งโหยงไปเลย ง่ะ...มันเป็นอะไรมากเปล่าวะเนี่ย? สติสตางค์ยิ่งไม่ค่อยสมประกอบอยู่...เมื่อตะกี้ล้มไปหัวฟาดอะไรเพี้ยนไปอ๊ะป่าว? แต่เอ๊ะ! โซฟาก็นิ่มๆนี่หว่า หรือสมองมันจะนิ่มยิ่งกว่าโซฟากันน้อ? ไอ้หล่อนั่งหน้าเบลอๆอยู่พักนึง แล้วก็หันมามองผมตาปรอย “อิน...”


เหวอ!!! มันกระโดดเข้ามากอดผมหมับเลยอ้ะ! แย้กกกกก!! เป็นเอี้ยอะไรของมึงฟระ ไอ้แสรดดดด!!!?(ขออภัยที่หยาบคาย) เอามือออกป๊ายยยยย!!! กูขนลุก!!!


แล้วผมก็เหลือบไปเห็นขวดเหล้าว่างเปล่ายืนสงบนิ่งเป็นตับ รอการไว้อาลัยอยู่บนรถสำหรับชง...อาเมน...เฮ้ย! ไอ้ซีดวดคนเดียวทั้งหมดนี่เลยเรอะ!!? มันเมาแน่แล้วครับ ท่านผู้โช้มมมมม!!!


“อิน...ฉันทนไม่ไหวแล้ว...” ไอ้หล่อหันมาจ้องตาผมเขม็ง สองมือก็บีบไหล่ผมไปด้วย ง่า...ง่า...โคตรน่ากลัวเลยครับ! หน้ามันงี้...หื๊นหื่น...หรือว่า...มันคิดจะ...มันคิดจะทำ...โอ้ ม่ายยยยยยยยย!!! ผมรู้ว่าผมหล่อเกินห้ามใจ แต่ผมไม่ยอมให้มันกระทำชำแหละถั่วผมเด็ดๆเลยน้า!!! กับผู้หญิงผมยังไม่เค้ยไม่เคย แล้วนี่กับไอ้ซี... อา...ความงามช่างเป็นบาปแท้ๆ! จะขัดใจลูกค้าก็ไม่ได้ ไม่ขัดใจยิ่งไม่ได้ใหญ่เลย แล้วผมจะทำยังไงดี๊!!!? โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ จ้วยผมย่วยยย!!


ผมพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะนึกถึงหน้าครูจีจี้และสหาย กับกรุงเทพเมืองฟ้าอมรไว้ เย็นไว้อิน...เย็นไว้ลูก...ลูกค้าคือพระเจ้า...อย่าต่อยมัน...สงบจิตสงบใจไว้ลูก...ผมหลับตาพลางท่องคาถามหาพระเวทย์ โอม...วิชาที่อุตส่าห์เล่าเรียนมาแรมเดือน จงมา จงมา...เพี้ยง!


“ซ...ซี...อย่า...” ดูเหมือนร่างทรงจะประทับซะแล้วล่ะ ผมทำหน้าแดง หอบนิดๆ ดิ้นหน่อยๆ แล้วก็ทำน้ำตาคลอไปด้วย แฮ่ม...ที่เสียงผมสั่น ไม่ใช่เพราะผมหวิว หรือหวั่นไหวอะไรหรอกนะครับ อย่าเข้าใจผิดซะล่ะ! มันเป็นบทน่ะ แค่บทอ่อยบทหนึ่งในเลคเช่อร์วิชา‘หลบ ตบ เดิ้น’ เท่านั้นเอ๊งงง...ก็ใครมันจะใจร้ายพอที่จะขืนใจเด็กหนุ่มรูปงามนามเพราะ ผู้กำลังกลัวจนตัวสั่นได้ล่ะครับ


“อิน....ฉัน...อยาก...” มันกระซิบข้างหูผมเสียงแหบพร่า เคี้ยกกกก! ไปอยากกับคนอื่นโน่นป๊ายยยยยย! อย่ายื่นหน้าเข้าม้าาาาา~~~!!

“ไม่เอา...อย่า...ซี...ไม่...” ผมส่ายหน้าดิก น้ำตาร่วงเผาะๆ อย่าทำข้อยยย...ข้อยย่านหลายแน...ฉี่จะเล็ดอยู่แล้ว ฮืออออ...

“ฉัน...อยาก...ดูนายเต้นไก่ย่าง.
.
.
ห๊ะ??? อะไรนะ???

“ลุกขึ้นเต้นไก่ย่างให้ดูหน่อยซิ อึ๊ก...” ไอ้ซีสะอึก ตาคมๆของมันหรี่เหลือขีดเดียว แถมหน้ายังแดงอีกต่างหาก

“เต้นเร็ว เอ้า! ลุก!”


เย้ยยยยย!!! ไอ้หล่อมันเมาควันหลงงานรับน้องใหม่หรือเปล่าเนี่ย? สงสัยวันงานมันคงโดนสั่งเต้นไก่ย่างร้อยรอบจนมันแค้นฝังหุ่นแน่ๆเลย เลยพาลมาลงกับคนอื่น!


“ลุกเร็วเซ่! นับ 1 ถึง 3 ไม่ลุก เรียกผู้จัดการจริงๆนะ!” จ๊ากกกก! เมาแล้วเป็นอันธพาลด้วยง่า! เจ้าข้าเอ๊ย! คุณผู้อ่านหยุดเชียร์ให้มันเป็นพระเอกเดี๋ยวนี้เลยนะ! หันมาเชียร์สุภาพบุรุษสุดแมนอย่างผมแทนดีกว่า จะปล่อยให้ไอ้เมาเละหยำเปนี่เกินหน้าเกินตาผมไม่ได้ ผมไม่ย้อมมมม!!!


“นับ 1! นับ 2! นับ 3! ผู้จ...”

“ไก่ย่างถูกเผา! ไก่ย่างถูกเผา! มันจะถูกไม้เสียบ...”


ผมลุกขึ้นกระพือปีกพั่บๆก่อนที่มันจะแหกปากเรียกผู้จัดการได้ทันเวลาพอดี ทุกคนในร้านฮือฮา ตกอกตกใจกันใหญ่ คงนึกว่ามีใครเมาแล้วอาละวาดล่ะมั้ง ผมล่ะอับอ๊าย...อับอาย...ตั้งแต่เกิดมาเป็นตัวเป็นตน ไม่เคยคิดไม่เคยฝันเลยว่า วันหนึ่งผมจะตกต่ำขนาดต้องมาเต้นไก่ย่างในบาร์เกย์ “ร้อนจริงๆ ร้อนจริงๆ ร้อนจริงๆ (โว้ย!)”


เสียงหัวเราะ เสียงตบมือ เป่าปากดังเกรียวกราว ทันทีที่ผมเต้นจบเพลง ไอ้ซีหัวเราะก๊าก ดิ้นพราดๆเหมือนปลาช่อนถูกทุบหัว ส่วนผมน่ะเรอะ? แทบจะเอาหน้าไปซุกอยู่ตามรอยแยกของโซฟาอยู่แล้ว!!! อ๊ากกกกกกก!!!


“ต่อไป ไก่ย่างเมทริกซ์!”

“ไก่ย่างชาววัง!”

“ไก่ย่างบัตรประชาชน!”

“ไก่ย่างปอบหยิบ!”
...
...
...

“ไก่ย่างห้าดาว! ไก่ย่างห้าดาว! มันจะถูกสับปีก เอ้า! มันจะถูกสับปีก!” บาร์ทั้งบาร์ไม่เหลือสภาพความโรแมนติกแล้ว ทั้งนักร้องนักดนตรี ทั้งแขก ทั้งพนักงานโต๊ะอื่นๆลุกขึ้นมาตบมือให้จังหวะกันใหญ่จนแทบจะกลายเป็นฉิ่งฉับทัวร์อยู่รอมร่อ มองอะไรกันนักกันหนาวะ! แล้วจะมามุงกันทำเพื่อ!? กูไม่ใช่จำอวดนะเฟ้ย! เดี๋ยวพ่อหลังมือซะนี่!!! “สับปีกซ้าย! สับปีกขวา! ห่อกลับบ้าน ห่อกลับบ้าน แซ่บ แซ่บ”


แน่นอน...เสียงตบมือดังกระหึ่ม ต้องคู่กับการแสดงอันยอดเยี่ยมของบุคคลที่เยี่ยมยอดอยู่แล้ว...


แต่ตบมือให้กูตอนนี้ กูไม่ดีใจโว้ยยยยยย!!! อุเหม่! กลับกรุงเทพได้วันไหน วันนั้นคือวันตายของเมิง ไอ้หล่อ!!! แฮ่...กร๊าซซซซซซซซ!!!


ผมกำลังจะกลายเป็นซูเปอร์ไซย่าอวตาร ตอนที่มีมือนิ่มๆมาสะกิด พอหันไปก็เจอกับหนุ่มน้อยตาโต กำลังพยายามซ่อนความขำอย่างปิดไม่มิด เออ...ขำได้ขำไป กูหล่อ ไม่โกรธหรอก


“แขกโต๊ะ 21 สนใจนายอยู่แน่ะ มาเปลี่ยนโต๊ะกันไหม? ” พูดแล้วก็มองไอ้ซีพร้อมกับยิ้มสวยโชว์เขี้ยวขาว พลางเอียงคอยี่สิบองศา กระพริบตาปริบๆ อีโด่เอ๊ย...งัดวิชาแพศยา แอ๊บแบ๊ว ลูกแมวน้อยยั่วสวา~~~ท ผ่าง!!! มาใช้โจ่งแจ้งซะขนาดนี้ อ้าปากก็เห็นไปถึงตับอ่อนแล้ว ว่าอยากจะร่อนลงไปนั่งตักไอ้ซีใจจะขาด เล่นจ้องตาเป็นมันซะขนาดนี้ เฮอะ...ไอ้บักง่าวนี่มันมีดีตรงไหนวะ? ซื่อบื้อก็ซื่อบื้อ จิตก็จิต ซาดิสม์อีกต่างหาก


ผมหันไปมองโต๊ะที่ว่า ก็เห็นผู้ชายแต่งตัวดี มาดนักธุรกิจกำลังมองผมอยู่ เขาชูแก้วแล้วก็ยิ้มให้ผมอย่างเป็นมิตร เออ...หน้าตาหล่อเชียวแหละ(น้อยกว่าผมติ๊ดนึง) แถมท่าทางยังสุภาพเรียบร้อย ดูท่าคงจะเป็นยอดชายในฝันของสาวๆหลายคนแน่ๆ น่าเสียดายมาดับอนาถชีวิตตัวเองด้วยการเป็นเกย์ เฮ้อ...ไม่เข้าใจเล้ย ทำไมเกย์สมัยนี้หน้าตาดีกันจังวะ?


“ไม่ได้” บ๊ะ! ไอ้ผมมัวแต่นอกเรื่องไปไกล ยังไม่ทันจะเซย์เยส เซย์โน ไอ้หล่อแม่งรีบตัดสินใจแทนผมเฉยเลย แถมยังลุกขึ้นมาโอบเอวผมแน่นแบบไม่อายผีสางเทวดาอีกต่างหาก ปล่อยนะเว้ย ไอ้ฉ่อย! “อินเป็นของผมคนเดียว”


ว้ากกกกกกก! ใครเป็นของมึงกันวะ!? เมาแล้วเพ้อเจ้อใหญ่แล้ว! ไอ้หน้าหนาซีแพ็คโมเนียเอ๊ย! อ๊ากกกกกก!! แล้วผมจะเขินทำติ่งอะไรวะเนี่ย!? โอ๊ยยยย สับสนโว้ย!!!


“บ้าน่ะ...ซี...” ผมทุบแขนมันเบาๆตามบท อันที่แล้วจริงผมต้องหันไปค้อนมันวงเล็กๆด้วย แต่ว่าผมไม่กล้าหันไปมองหน้ามันเลยง่ะ... ก็หน้าผมตอนนี้น่ะสิ ร้อนฉ่าๆ จนจะทอดปลาเค็มได้แล้ว! เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!? ทำไมระบบผมรวนไม่เป็นท่าอย่างนี้ล่ะคร้าบบบ!!?

“ผมไม่ยกอินให้ใครทั้งนั้นแหละ คุณกลับไปหาแขกโต๊ะคุณเหอะ” ไอ้ซีเกยคางซบกับไหล่ผม ปลายผมของมันเสียดโดนคอจั๊กกะเดียมจิ๊บเป๋ง ใจผมเต้นคองโก้เหมือนจะออกมาทางปาก แย้กกกก!! หยุดนะเฟ้ย! หยุดเต้นเดี๋ยวนี้~~!!!


“ดังนั้น มาเต้นอัศวินให้ฉันดูต่อนะ อิน”


...เมื่อกี๊ผมเผลอใจเต้นกับคนแบบนี้ไปได้ยังไงเนี่ย?? ฮือออ... เอาความรู้สึกอันบริสุทธิ์สดใสของผมคืนมาน้า~~~


******


ผมยืนวักน้ำลูบหน้าล้างคราบเหงื่อที่เกาะพราวตามหน้าผาก หวังจะให้สายน้ำเย็นๆช่วยลบความทรงจำอันขมขื่นที่ถูกบังคับให้ทำไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ทุกจังหวะ ทุกท่วงท่า ทุกลีลา...


ไม่...ผมจะทำยังไงดี...ผมพลาดไปแล้ว...


อีก 10 นาทีจะเที่ยงคืนอยู่แล้ว อ๊ากกก!! ผมเต้นจนลืมเวลาขนาดนี้ไปได้ยังง้ายยยยยยยยย!!!? แถมไอ้ซียังไม่มีทีท่าว่าจะออกปากยกโทษให้ผมเลยสักนิดเดียว อีแบบนี้ผมไม่ต้องติดเกาะอยู่กับฝูงควายป่า ชะนีและอีเห็นไปอีกนานแสนนานเร้ออออ!!!? ม่ายยย! ผมไม่ยอมให้มันเป็นแบบนั้นแน่!


เอาล่ะ...ตั้งสมาธิ! ทวนกลยุทธ์อีกรอบซิ


ผมมองกระจก แล้วฉีกยิ้มเศร้าๆ ทอดสายตาเหม่อไปไกล ก่อนจะเริ่มพูดด้วยเสียงแผ่วเบาเจือไปด้วยความรู้สึกผิดจับใจ “ขอโทษนะซี...ฉันรู้ว่านายโกรธฉันมาก บทลงโทษที่นายให้ฉันชดใช้ มันคงไม่สาสมสินะ” ว่าแล้วสูดจมูก แล้วสะอื้นเบาๆซักสองที “แต่ อย่างน้อยฉันก็ดีใจนะ...ที่ได้เห็นหน้านาย ก่อนที่เราจะไม่ได้เจอกันอีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้...”

แล้วไอ้ตัวปัญหา มันก็ต้องถามผมด้วยอารามตกอกตกใจว่า ‘นายจะไม่กลับกรุงเทพไปด้วยกันเหรอ!?’

ผมก็จะถอนใจเบาๆ ส่ายหน้า “ไม่ล่ะ...ฉันกลับไม่ได้หรอก...ฉันยังสอบไม่ผ่านเลย”

‘ทำยังไงถึงจะสอบผ่านล่ะ? ให้ฉันช่วยไหม?’ ไอ้ซีมันต้องถามกลับมาอย่างนี้แน่ๆ พระเอกหนังไทยมีบทพูดอยู่แค่ไม่เท่าไหร่หรอกครับ เดาทางง่ายจะตาย

“นายจะช่วยฉันเหรอ?” ผมทำตาเป็นประกาย ยิ้มคลอหยาดน้ำตาประหนึ่งเพิ่งได้ตำแหน่งชายงามแห่งประเทศไทยมาหยกๆ ก่อนจะกุมมือไอ้ซี(ในจินตนาการ)ไว้แนบแน่น “ขอบใจนะ ขอบใจมากๆเลย แค่นายพูดใส่เครี่องอัดเทปนี้ ว่ายกโทษให้ฉัน แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วล่ะ”

‘ได้สิ เราต้องกลับกรุงเทพไปด้วยกันนะ อิน...’

“ซี...ขอบใจนายมากนะ” จบอย่างสวยงามด้วยการหัวเราะทั้งน้ำตา แล้วก็อ้อมกอดกระชับมิตรแสนอบอุ่นสว่างไสว

“โอ๊ะ...ขอท่กที่ลบกวง” มนุษย์ตือโป๊ยก่ายทรงเครื่องซะอย่างกับตู้ทองเคลื่อนที่เปิดประตูห้องน้ำผัวะเข้ามาขัดจังหวะนาทีทอง เล่นเอาผมสะดุ้งโหยง รีบหยุดแอ็คท่ากอดลมทันที

“ข...ขอโทษครับ...” ว้าก! ขายขี้หน้าจิ๊บเป๋ง! ไอ้เสี่ยนี่ดันมาเห็นภาพที่น่าอับอายของผมซะได้ หมดกัน...มันจะคิดว่าผมเป็นประสาทเหมือนไอ้ซีหรือเปล่าครับเนี่ย โอ้ว! อินรับไม่ได้จริงๆถ้าต้องถูกมองเป็นคนประเภทนั้น!

“ม่ายเป็นลาย ม่ายเป็นลาย เสี่ยม่ายถือ นี่เข้ามาซ้อมลาคอนเตียมไปซาแดงช่ายป่าว? เลาน่ะเต้นเก่งลีนะ ชื่ออาไลเหลอ?” หยา...ตาเล็กยิบหยีของมัน จ้องเขม็งตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยครับ! ถ้าเขมือบได้มันคงเขมือบเข้าไปแล้ว ง่า...ถ้าหิวนักก็ไปหาอะไรในส้วมกินซะป๊าย~ อย่ามัวมาจ้องเหมือนจะกินหัวกินหางกินกลางตลอดตัวแบบนี้! ผมหยอง...

“ช...ชื่ออินครับ” ผมยิ้มสู้เต็มที่ทั้งๆที่ผะอืดผะอมจะแย่... “อ่า...ผมขอตัวก่อนนะครับ” ชิ่งสิครับ งานนี้ ผมยิ่งหน้าตาดีๆ มีเซ็กซ์แอพพีลสูงอยู่ จะไปต้องตาต้องใจไอ้เกย์เฒ่าไขมันทะลัก ที่เวลาเดินทีพุงกระเพื่อมตีกันดัง ผะ-แหล็บ ผะ-แหล็บ มันก็ไม่แปลก

“เหลียวก่องสิ” มืออวบอ้วนอุดมไปด้วยเซลลูไลท์คว้าข้อมือผมหมับ ผมเกือบจะปัดทิ้งแล้วหันไปประทับรอยพื้นนันยางเข้ากับหน้ามันซะแล้ว ถ้าพอดีคำพูดของผู้จัดการร้านไม่แว่บเข้ามาในสมองเสียก่อน อดทน...ไม่งั้นอดกลับบ้านแน่...อดทน...ท่องไว้ลูก...

“ง่า...เสี่ยครับ คือ...ผม...ลูกค้ารออยู่” ผมพยายามบิดแขนให้หลุดอย่างสุภาพที่สุดแล้ว แต่ไอ้หมูอวกาศนั่นมันก็ยังไม่ยอมปล่อยผมแต่โดยดี แถมยังหัวเราะซะขี้ฟันกระเด็นอีก ดูดีๆมันใส่ฟันทองด้วยวุ้ย! อุบาทว์ครบสูตรเชียว...

“ไอ้หนุ่มนั่นเลอะ ลูกค้า ฮ่าๆๆ เอิ๊ก! อย่างมันไม่มีปังยาติ๊บเท่าหล่ายหลอก อิงมาบอลิกางเสี่ยลีก่า ลับลอง ได้ติ๊บแยะ เสี่ยลวยนะ จาบอกให้” มันถอดสร้อยทองเส้นเล็กที่สุดจากคอมันออกมาคล้องคอผมง่ายๆย่างกับได้ฟรีจากชิงโชคทองกับซองมาม่า ผมตาลุก! อ๊า...อย่าหาว่าผมงกเลยคู๊ณณ...ทองสองสลึงได้มาฟรีๆ เป็นคุณจะไม่รับเหรอครับ? คนให้เขาก็เสียน้ำใจแย่สิ

“ขอบคุณครับ เสี่ย” ผมยกมือไหว้ แล้วรีบบริการพิเศษ ยิ้มหวานชนิดหยาดเยิ้มหยดย้อยส่งไปให้ จริงๆแล้วรอยยิ้มผมมีค่ากว่าทองเยอะ~ แต่ไม่เป็นไรครับ ผมยอมขาดทุนก็ได้ เห็นไหมครับ ผมน่ะ ทั้งหล่อ ทั้งฉลาด ทั้งเก่ง ทั้งใจดี คุณผู้อ่านอย่าลืมโหวตให้ผมเป็นพระเอกของเรื่องนี้นะครับ!

“งั้นผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ” ผมค่อยๆก้าวถอยออกมาอย่างนุ่มนวล โอ้หลั่นล้า~ ได้ทองฟรีๆอย่างนี้เขาเรียกว่าบุญหล่นทับใช่ไหมเนี่ย? เป็นลางดีว่าความซวยของผมกำลังจะหมดไปใช่ไหมคร้าบ? ฮาเลลูย่า! อ้าว...แล้วไอ้เสี่ยหมูสามชั้นมันยังจะก้าวตามผมทำเพื่อ? รีบๆไปผุดไปเกิดได้แล้วเฟ้ย!

“อิง...แล้วเสี่ยจาลอคืงนี้ หลังเลิกงางนะ” มันหัวเราะอั้กๆๆ แล้วก็ขยับเข้ามาใกล้ แล้วก่อนที่ผมจะตีความหมายประโยคที่มันเพิ่งพ่นออกมาได้จบ...

หมับ!

โอ้ว บราเธอร์!!! ไอ้หอยนี่มันขยำก้นผม! จ๊ากกกกกก!!! เอามือโสโครกของมึงออกไปนะโว้ยยยย!!!

“เสี่ยน่ะ สงใจอิงตั้งแต่ลุกขึ้งมาเต้งแล้ว ลู้ป่าว?” เคี้ยกกก! มนุษย์ก้อนเนื้อผสมไขมันเหลวอัดเข้ามาหาผมอย่างแรงจนคางกลายเป็นสามชั้น #@*%U*_+)!!! เอาหน้าออกป๊ายยย! กูไม่มีรำให้มึงกิน!!!

“มานี่มะ ให้เสี่ยหอมหน่อย” อ้วกกก.... >:( อย่า!!! ช่วยด๊วยยยยยย~~~~ย!!!


ปัง!


แสงสว่างเจิดจ้า เหมือนผ้าซักด้วยโอโม่สูตรโอเว่อร์ไวท์เทนนิ่งสาดเข้ามาทันทีที่ประตูห้องน้ำเปิดออก เป็นครั้งแรกที่ผมดีใจสุดชีวิตที่ได้เห็นไอ้ซี ตัวประกอบขี่ม้าขาวมาช่วยพระเอกได้ทันเวลาพอดี๊พอดี ผมฉวยโอกาสที่ไอ้เสี่ยยกมือขึ้นบังตาหลบฉากวูบออกมา ฮะฮ่า! ไม่รู้ฤทธิ์โรคตาหล่อยะซะแล้ว! เมื่อกี๊ไอ้ซีนั่งอยู่มืดๆเลยไม่ทันเห็นรัศมีความหล่อล่ะเซ่! สาธุ! ขอบคุณพระเจ้า ผมรอดพ้นจากการตกเป็นเหยื่อกามของไอ้หมูฟันทองนี่แล้ว!!


“ช้าชาม้าดเลย... ฉานรอดูนายเต้นสับปาโร้ดนานแล้วนา...” ไอ้หล่อสะอึก หน้าแดงแจ๋...ท่าทางเมาแอ๋หนักกว่าเดิมซะอีก “อ้าว...มัวแต่เล่นกับยางมิชาลินอยู่ด้าย กลาบโต๊ะด้ายแล้ว!” ไอ้ซีตรงเข้ามาจูงมือผม แล้วก็โดนกีบเท้าของหมูขาวผลักอกออกไป หน้าอูมๆของไอ้เสี่ยนรกแดงจัดอย่างก๊ะเล่นงิ้ว

(*หมายเหตุ ยางมิชลิน >>> [image] )

“ลื้อว่าไคเป็งยางมิกชาลิง ไอ้ฝาหลั่งส้งติง!?” ไอ้เสี่ยเต้นผาง แผดเสียงอาละวาด กระโดดคว้าคอเสื้อไอ้หล่อทั้งๆที่สูงยังไม่ถึงไหล่ของมันดีด้วยซ้ำ


“เฮ้ย! เป็นมาสคอทก้อทามหน้าที่ปายเซ่! ฉานจาดูเต้นสับปาโร้ด!” ซีผลักก้อนไขมันกระเด็นออกไปอย่างง่ายดายเหมือนปัดแมลงวัน ร่างของเสี่ยกระแทกขอบอ่างล้างจานแล้วกระเด้งกลับมาเงื้อหมัดใส่ไอ้ซี ส่วนผมรีบถอดสร้อยทองเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อก่อน กลัวมันเปลี่ยนใจเอาคืนง่ะ

“ตายยยยยย!!!” แย้กกกกก!!! หมูถลาลมคร้าบบบ!!! ร่างกลมบ๊อกเส้นผ่านศูนย์กลางหนึ่งเมตรปะทะกับไอ้ซีจนเซถอยออกนอกประตูห้องน้ำ ชนรถเข็นเหล้าล้มโครมเสียงดังสนั่น ทั้งบรั่นดี วีเอสโอพี กรุ๊ป สาดกระจายนองพื้น แขกเหรื่อตกใจวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น ชนไอ้นั่นไอ้นี่ระเนระนาดไปหมด!


อ๊ากกกก!!! อย่ามามีเรื่องกันเพราะกูสิโว้ยยยย! เดี๋ยวกูก็อดกลับกรุงเทพกันพอดี๊!!! ไม่ได้การแล้ว! ต้องไปตามผู้จัดการร้าน!! ต้องไปตาม...เหวออออออ!

นันยางผมดอกสึกหมดแล้ววว เจอเหล้าบนพื้นกระเบื้องมันจะไปเหลือเร้อ~~....


พลั่ก! โป๊ก!



...ดับสนิท...

******

อูยย...


ผมตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเหมือนถูกอนาคอนด้ารัด ทั้งเมื่อย ทั้งหนัก แถมยังเจ็บหัวอีกต่างหาก ผมลองคลำๆแล้ว โอย...หัวโนลูกเบ้อเร่อเลย แง้...ต้องเป็นเพราะตอนที่ลื่นหัวฟาดขอบโต๊ะจนสลบเมื่อคืนแน่ๆเลย...นี่ดีนะไม่ฟาดโดนหน้า ไม่งั้นเสียโฉมไปใครจะเป็นคนรับผิดชอบการสูญเสียคนหน้าตาดีครั้งยิ่งใหญ่ที่สั่นสะเทือนไปทั้งปฐพี ฮึ?


อ่า...ว่าแต่ที่หนักๆเนี่ย...มันอะไรกันหว่า??


ผมตลบชายผ้าห่มขึ้น ก็เห็นใบหน้าหล่อสุดคมเข้มหลับตาพริ้ม ซบพุงกะทิผมอยู่อย่างสบายอารมณ์ โอย...วันนี้แสบตาแต่เช้าเลยแฮะ...ผมขยี้ตาพลางมองนาฬิกาแขวนผนัง


จ๊าก! นี่มันบ่ายสามโมงแล้วนี่หว่า!!!? โอ้ ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!! แล้วการสอบของผมล่าาาาาาา!!!?


แล้วผมก็เหลือบไปเห็นซองสีม่วงอ่อนกลิ่นฉุนกึ้กตรงหัวเตียง อา...ต้องเป็นจดหมายอภัยโทษจากครูจีจี้แน่ๆเลย! คุณเมเม่คงจะรู้เรื่องทั้งหมดแล้วอธิบายเหตุผลให้ครูจีจี้ฟัง ว่ามันไม่ใช่ความผิดของผมเลยซักกะปิ๊ด...โอ...นางฟ้าน้อยๆของอิน... ผมรีบเปิดจดหมายออกอ่านด้วยความตื้นตันน้ำตาแทบย้อย


อินที่รัก...

เจ๊ทราบเหตุการณ์เมื่อคืน จากคำให้การของเหล่าเพื่อนรักของเจ๊ และเจ๊รู้ดีว่า มันไม่ใช่ความผิดของอินสักนิดเดียว เจ๊อยากจะปรับให้อินสอบผ่านเหลือเกิน ทว่า...อินก็ยังไม่สามารถทำตามเงื่อนไขการสอบแก้ตัวที่ครูสอบให้อินได้สำเร็จตามเวลาที่กำหนด ดังนั้น ขอให้อินตั้งใจทำงานอย่างขยันขันแข็ง หมั่นฝึกปรือวิชา และบริหารเสน่ห์อยู่ที่บาร์ของเพื่อนเจ๊ต่อไป แล้วเดือนหน้า เจ๊จะมารับอินกลับกรุงเทพอย่างแน่นอน

ลงชื่อ
จิรวัส เกตุวินิจอำไพกุล (ครูจีจี้)

ปล. ทั้งนี้ บริษัท 3G Corporation จะไม่รับผิดชอบค่าเสียหายใดๆที่เกิดจากการทะเลาะวิวาทเมื่อคืน ดังนั้น คุณซีจึงจำเป็นต้องอยู่เพื่อทำงานชดใช้ให้กับทางร้าน และเนื่องจากต้นเหตุแห่งความสูญเสียทั้งหมดเริ่มจากคุณอิน ดังนั้น เงินเดือนทั้งหมดของพวกคุณ รวมทั้งค่าทิป และสร้อยคอทองคำที่คุณอินได้รับมา จึงถูกยึดเพื่อเป็นค่าซ่อมแซมร้านโดยไม่มีสิทธิ์เรียกร้องใดๆทั้งสิ้น

ลงชื่อ
เมธาวี เกตุวินิจอำไพกุล (เมเม่)


.
.
.

...กู๊ดบาย มายเดียร์ กอทอมอ...

TBC